การออกกำลังกายต่อต้านโรค NCDs
หมวดหมู่ข่าว: กายและใจ - Wellness Centerการออกกำลังกายต่อต้านโรค NCDs
เรียบเรียงบทความโดย งานฟื้นฟูสุขภาพนักกีฬา ศูนย์บริการสุขภาพ มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง
การออกกำลังกายต่อต้านโรค NCD ได้อย่างไร?
ในทางวิทยาศาสตร์การกีฬา การออกกำลังกายส่งผลโดยตรงต่อระบบร่างกายดังนี้:
- Insulin Sensitivity: การออกกำลังกายช่วยให้เซลล์ไวต่ออินซูลินมากขึ้น ส่งผลให้การจัดการน้ำตาลในเลือดมีประสิทธิภาพ
- Vascular Health: ช่วยกระตุ้นการหลั่งไนตริกออกไซด์ ทำให้หลอดเลือดขยายตัว ช่วยลดความดันโลหิตได้ทันทีหลังออกกำลังกาย
- Metabolic Rate: เพิ่มการเผาผลาญพื้นฐาน (BMR) ทำให้ร่างกายไม่สะสมไขมันส่วนเกินที่เป็นต้นเหตุของอาการอักเสบในร่างกาย
คุณขยับพอหรือยัง?
ลองสำรวจพฤติกรรมตัวเองใน 1 สัปดาห์ ถ้ามีข้อไหนเป็น "ไม่ใช่" แสดงว่าความเสี่ยง NCDs กำลังถามหา:
- ออกกำลังกายจนรู้สึกเหนื่อยปานกลางอย่างน้อย 30 นาที (5 วัน/สัปดาห์)
- มีการออกแรงต้าน (ยกของหนัก/เวท) เพื่อรักษามวลกล้ามเนื้อ
- ลุกขึ้นขยับตัวทุกๆ 1 ชั่วโมงที่นั่งทำงาน
- เดินได้เกิน 7,000 - 10,000 ก้าวต่อวัน
ข้อควรระวังสำหรับผู้ที่มีโรคประจำตัว
แม้การออกกำลังกายจะเป็น "ยาดี" แต่ต้องใช้อย่างถูกวิธี:
- โรคความดัน: เลี่ยงการกลั้นหายใจขณะออกแรง เพราะจะทำให้ความดันพุ่งสูงฉับพลัน
- โรคเบาหวาน: อย่าออกกำลังกายตอนท้องว่างเด็ดขาด และควรพกลูกอมหรือน้ำหวานติดตัวเผื่อภาวะน้ำตาลตก
- โรคหัวใจ: ต้องวอร์มร่างกาย และ คูลดาวน์ นานกว่าคนปกติ เพื่อให้หัวใจปรับตัวทัน
อ้างอิงแหล่งที่มา
1) กรมควบคุมโรค. (2566). รายงานสถานการณ์โรคไม่ติดต่อเรื้อรัง: เบาหวาน ความดันโลหิตสูง และปัจจัยเสี่ยงที่เกี่ยวข้อง พ.ศ. 2565. นนทบุรี: กระทรวงสาธารณสุข.
2) Colberg, S. R., Sigal, R. J., Yardley, J. E., Riddell, M. C., Dunstan, D. W., Dempsey, P. C., ... & Tate, R. (2016). Physical activity/exercise and diabetes: A position statement of the American Diabetes Association. Diabetes care, 39(11), 2065-2079.
3) American College of Sports Medicine. (2018). ACSM's guidelines for exercise testing and prescription (10th ed.). Philadelphia: Wolters Kluwer.
4) World Health Organization. (2020). WHO guidelines on physical behaviour and sedentary behaviour. Geneva: World Health Organization.
- 135 ครั้ง