กินอย่างไรให้ไตยิ้มได้? เปิดคัมภีร์อาหารฉบับเข้าใจง่าย!

หมวดหมู่ข่าว: โภชนาการ - Wellness Center

กินอย่างไรให้ไตยิ้มได้? เปิดคัมภีร์อาหารฉบับเข้าใจง่าย! 

เรียบเรียงบทความโดย งานโภชนาการ ศูนย์บริการสุขภาพ มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง


เนื่องในโอกาสวันโรคไตโลก (World Kidney Day) ที่กำลังจะมาถึงในวันพฤหัสบดีที่ 2 ของเดือนมีนาคมนี้ เรามาดูแล "ไต" อวัยวะชิ้นเล็กๆ แต่ทำงานหนักหน่วงให้เราทุกวันกันเถอะ
หลายคนเมื่อทราบว่าตัวเองหรือคนใกล้ชิดเป็นโรคไต มักจะกังวลว่า "จะกินอะไรได้บ้าง? อาหารต้องจืดชืดแน่เลย"  ความจริงแล้ว ผู้ป่วยโรคไตยังสามารถทานอาหารให้อร่อยได้ เพียงแค่ต้อง "เลือกและลด" ให้ถูกวิธี มาดู 4 กฎเหล็กง่ายๆ กันเลย

1. ลดเค็ม... ยืดอายุไต (คุมโซเดียม)
ทำไมต้องลด: โซเดียมทำให้ร่างกายบวมน้ำ ความดันโลหิตสูง และไตต้องทำงานหนักในการขับทิ้ง
ทริคลงมือทำ: จำกัดโซเดียมไม่เกิน 2,000 มิลลิกรัม/วัน (เทียบเท่าน้ำปลาหรือซีอิ๊วไม่เกิน 3-4 ช้อนชาต่อวัน) งดซดน้ำซุป หลีกเลี่ยงอาหารหมักดอง อาหารแปรรูป (ไส้กรอก แหนม) และขนมกรุบกรอบ
เคล็ดลับความอร่อย: ใช้สมุนไพร เช่น มะนาว ตะไคร้ ใบมะกรูด พริก ข่า หรือเครื่องเทศ ในการชูรสชาติแทนเครื่องปรุงรส

2. เลือกโปรตีนคุณภาพดี (คุมปริมาณเนื้อสัตว์)
ทำไมต้องคุม: ของเสียจากการย่อยโปรตีน (BUN) จะถูกขับออกทางไต ถ้ากินมากไป ไตจะเหนื่อยครับ
ทริคลงมือทำ: เน้นโปรตีนคุณภาพสูงที่ย่อยง่ายและของเสียน้อย เช่น ไข่ขาว ปลา และเนื้อหมู/ไก่ไม่ติดมัน
ข้อควรระวัง: ปริมาณโปรตีนที่ทานได้ จะขึ้นอยู่กับ "ระยะของโรคไต" ผู้ป่วยที่ยังไม่ได้ฟอกไตต้องจำกัดโปรตีน แต่ถ้าฟอกไตแล้วร่างกายจะต้องการโปรตีนเพิ่มขึ้น ควรปรึกษาแพทย์เฉพาะบุคคล

3. ระวังผักผลไม้สีเข้ม (คุมโพแทสเซียม)
ทำไมต้องคุม: หากไตเสื่อม จะขับโพแทสเซียมได้น้อยลง ถ้าระดับโพแทสเซียมในเลือดสูงเกินไป อาจทำให้หัวใจเต้นผิดจังหวะได้
ควรเลี่ยง: ผลไม้สีเหลืองส้มจัด (กล้วย ส้ม มะละกอ) ผักใบเขียวเข้ม (คะน้า บร็อคโคลี่)
ทานได้ปลอดภัย (สีอ่อน): แอปเปิ้ล สาลี่ ชมพู่ เงาะ ผักกาดขาว กะหล่ำปลี แตงกวา บวบ

4. โบกมือลาของมันๆ นมๆ (คุมฟอสฟอรัส)
ทำไมต้องคุม: ฟอสฟอรัสที่คั่งในเลือดจะไปดึงแคลเซียมออกจากกระดูก ทำให้กระดูกพรุนและหลอดเลือดแข็งตัว
ควรเลี่ยง: นมทุกชนิด (รวมถึงนมถั่วเหลือง), ชีส, ไข่แดง, เครื่องในสัตว์, ธัญพืชขัดสีน้อย (ข้าวกล้อง ขนมปังโฮลวีต), ถั่วเมล็ดแห้ง, และน้ำอัดลมสีดำ

การดูแลอาหารโรคไต อาจดูมีข้อจำกัดเยอะในช่วงแรก แต่ถ้าเราเข้าใจหลักการ "งดเค็ม-เน้นไข่ขาว-เลือกผักผลไม้สีอ่อน-เลี่ยงธัญพืชและนม" ก็สามารถทำเมนูอร่อยๆ และดีต่อสุขภาพไตได้อีกมากมาย

ให้วันโรคไตโลกปีนี้ เป็นจุดเริ่มต้นของการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการกิน เพื่อยืดอายุไตให้อยู่กับเราไปนานๆ

แจกไอเดีย! เมนูอาหาร 1 วัน สำหรับผู้ป่วยโรคไตระยะก่อนฟอก (ชะลอไตเสื่อม) 
หัวใจสำคัญคือ: กินข้าวขาว (งดข้าวกล้อง) / เน้นไข่ขาวและเนื้อสัตว์ไขมันต่ำ / เลือกผักสีอ่อน / และจำกัดเครื่องปรุงไม่เกิน 1 ช้อนชาต่อมื้อ

มื้อเช้า: ข้าวต้มปลาทับทิม (รสนุ่มนวล ย่อยง่าย)
คาร์บ: ข้าวสวยขาวต้ม (ข้าวขาวมีฟอสฟอรัสต่ำกว่าข้าวกล้อง)
โปรตีน: เนื้อปลาทับทิม หรือปลาดอลลี่หั่นชิ้น (โปรตีนคุณภาพดี ย่อยง่าย)
ผัก (สีอ่อน): โรยขึ้นฉ่ายหรือต้นหอมเล็กน้อย
เคล็ดลับ: ปรุงรสด้วยซีอิ๊วขาวแบบลดโซเดียมไม่เกิน 1 ช้อนชา เพิ่มความหอมด้วยกระเทียมเจียวทำเอง และ "งดซดน้ำซุป" เพื่อลดโซเดียมที่ละลายอยู่ในน้ำ

มื้อกลางวัน: เส้นหมี่ขาวผัดไข่ขาวกะหล่ำปลี (อิ่มท้อง พลังงานถึง)
คาร์บ: เส้นหมี่ขาว (กลุ่มแป้งปลอดโปรตีน)
โปรตีน: ไข่ขาว 2 ฟอง (สุดยอดโปรตีนของคนเป็นโรคไต ไม่มีฟอสฟอรัสเหมือนไข่แดง)
ผัก (สีอ่อน): กะหล่ำปลีหั่นฝอย หรือหอมใหญ่
เคล็ดลับ: ใช้น้ำมันพืชผัดเพื่อให้ได้พลังงานเพียงพอ ปรุงรสด้วยซอสหอยนางรม 1 ช้อนชา บีบมะนาวเพิ่มความจัดจ้านแทนการใส่น้ำปลา

อาหารว่างบ่าย: เพิ่มพลังงาน ไม่เพิ่มภาระไต
ผลไม้สีอ่อน: ชมพู่ 2-3 ผล หรือ แอปเปิ้ลครึ่งลูก (โพแทสเซียมต่ำ)
ขนมหวาน (ทานได้นิดหน่อย): สาคูน้ำกะทิ หรือ ซ่าหริ่ม (กลุ่มแป้งปลอดโปรตีน ช่วยเพิ่มพลังงานให้ร่างกายไม่ดึงกล้ามเนื้อมาใช้ แต่ควรระวังน้ำตาลในผู้ที่มีภาวะเบาหวานร่วมด้วย)

มื้อเย็น: ข้าวสวย + ไก่ผัดขิง + แกงจืดฟักเขียว
คาร์บ: ข้าวสวยขาว 1-2 ทัพพี
โปรตีน: อกไก่หั่นชิ้น และหมูสับปั้นก้อนเล็กๆ
ผัก (สีอ่อน): ขิงซอย, หอมใหญ่, เห็ดหูหนู (ใส่ในผัดขิง) และ ฟักเขียว (ใส่ในแกงจืด)
เคล็ดลับ: ผัดขิงจะช่วยชูรสชาติและดับคาว ทำให้เจริญอาหารขึ้น ส่วนแกงจืดตักทานเฉพาะเนื้อฟักและหมูสับ เลี่ยงการซดน้ำต้มกระดูก

ปริมาณเนื้อสัตว์ (โปรตีน) ข้าว และผลไม้ที่ทานได้ในแต่ละวันของแต่ละคนจะไม่เท่ากัน ขึ้นอยู่กับน้ำหนักตัวและระยะของโรคไต (ค่า eGFR) แนะนำให้ปรึกษานักกำหนดอาหารเพื่อคำนวณสัดส่วนที่เป๊ะที่สุดสำหรับคุณ


อ้างอิงแหล่งที่มา
1. Ikizler, T. A., Burrowes, J. D., Byham-Gray, L. D., Campbell, K. L., Carrero, J.-J., Chan, W., Fouque, D., Friedman, A. N., Ghaddar, S., Goldstein-Fuchs, D. J., Kaysen, G. A., Kopple, J. D., Teta, D., Yee-Moon Wang, A., & Cuppari, L. (2020). KDOQI Clinical Practice Guideline for Nutrition in CKD: 2020 Update. American Journal of Kidney Diseases, 76(3), S1-S107. https://doi.org/10.1053/j.ajkd.2020.05.006

2. National Institute of Diabetes and Digestive and Kidney Diseases (NIDDK). (2020). Eating, Diet, & Nutrition for Kidney Disease. U.S. Department of Health and Human Services. https://www.niddk.nih.gov/health-information/kidney-disease/chronic-kidney-disease-ckd/eating-nutrition

3. สมาคมโรคไตแห่งประเทศไทย และเครือข่ายลดบริโภคเค็ม. (2561). คู่มือโภชนาการสำหรับผู้ป่วยโรคไตเรื้อรัง. พิมพ์ครั้งที่ 2. สมาคมโรคไตแห่งประเทศไทย.

  • 276 ครั้ง