วัคซีนป้องกันโรคปอดอักเสบ

หมวดหมู่ข่าว: การป้องกันโรค - Wellness Center

วัคซีนป้องกันโรคปอดอักเสบ

โดย...ศูนย์บริการสุขภาพ มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง


12 พฤศจิกายน l วันปอดอักเสบโลก (World Pneumonia Day)

โรคปอดอักเสบเป็นหนึ่งในสาเหตุสำคัญของการเจ็บป่วยและการเสียชีวิต โดยเฉพาะในเด็กเล็ก ผู้สูงอายุ และผู้ที่มีโรคประจำตัว หลายกรณีเกิดจากเชื้อแบคทีเรีย Streptococcus pneumoniae หรือที่เรียกว่า เชื้อนิวโมคอคคัส (Pneumococcus) ซึ่งสามารถป้องกันได้ด้วยวัคซีน บทความนี้สรุปสาระสำคัญเพื่อสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับวัคซีนป้องกันโรคปอดอักเสบ และแนวทางการป้องกันที่เหมาะสมสำหรับประชาชนทุกช่วงวัย

โรคปอดอักเสบจากเชื้อนิวโมคอคคัสคืออะไร?

เชื้อนิวโมคอคคัสสามารถก่อโรคได้หลายรูปแบบ เช่น

  • ปอดอักเสบ
  • เยื่อหุ้มสมองอักเสบ
  • การติดเชื้อในกระแสเลือด
  • หูชั้นกลางอักเสบ
  • ไซนัสอักเสบ

โรคเหล่านี้อาจมีความรุนแรงและเป็นอันตรายถึงชีวิต โดยเฉพาะในกลุ่มเสี่ยง!

ใครบ้างที่ควรได้รับวัคซีน?

วัคซีนป้องกันโรคปอดอักเสบแนะนำสำหรับ

เด็กเล็ก

  • ช่วยลดความเสี่ยงการติดเชื้อรุนแรง
  • ลดภาวะแทรกซ้อน เช่น การสูญเสียการได้ยินหรือพัฒนาการล่าช้า

ผู้สูงอายุ (อายุ 65 ปีขึ้นไป)

  • ภูมิคุ้มกันลดลงตามวัย
  • ช่วยลดความเสี่ยงการป่วยรุนแรงและการเสียชีวิต

ผู้มีโรคประจำตัวหรือภูมิคุ้มกันต่ำ 

  • เบาหวาน
  • โรคหัวใจ
  • โรคปอดเรื้อรัง
  • โรคไต
  • ผู้สูบบุหรี่
  • ผู้ที่ได้รับยากดภูมิคุ้มกัน

ผู้ที่มีแผนเดินทางไปต่างประเทศหรือเดินทางบ่อย

  • การเดินทางอาจเพิ่มโอกาสสัมผัสเชื้อโรคในพื้นที่ที่มีความเสี่ยง ควรปรึกษาแพทย์เพื่อประเมินความเหมาะสมในการรับวัคซีน

วัคซีนมีกี่ชนิด?

ปัจจุบันวัคซีนป้องกันเชื้อนิวโมคอคคัสแบ่งเป็น 2 ชนิดหลัก ได้แก่

1. วัคซีนชนิดคอนจูเกต (PCV)

  • กระตุ้นภูมิคุ้มกันได้ดี
  • ใช้ในเด็กและผู้ใหญ่กลุ่มเสี่ยง

2. วัคซีนชนิดโพลีแซ็กคาไรด์ (PPSV)

  • ครอบคลุมสายพันธุ์เชื้อได้กว้าง
  • ใช้ในผู้สูงอายุและกลุ่มเสี่ยง แพทย์จะพิจารณาเลือกชนิดวัคซีนและช่วงเวลาการฉีดตามอายุ สุขภาพ และความเสี่ยงของแต่ละบุคคล

วัคซีนช่วยป้องกันอะไรได้บ้าง?

  • ลดโอกาสเกิดปอดอักเสบรุนแรง
  • ลดการนอนโรงพยาบาล
  • ลดภาวะแทรกซ้อนรุนแรง
  • ลดความเสี่ยงการเสียชีวิตจากการติดเชื้อ

ผลข้างเคียงที่อาจพบ วัคซีนมีความปลอดภัยสูง อาจพบอาการเล็กน้อย เช่น

  • ปวด บวม หรือแดงบริเวณที่ฉีด
  • ไข้ต่ำ
  • อ่อนเพลียเล็กน้อย อาการเหล่านี้มักหายได้เองภายใน 1 – 2 วัน

การป้องกันโรคร่วมกับวัคซีน แม้วัคซีนจะช่วยลดความเสี่ยงได้อย่างมาก แต่ควรปฏิบัติตนร่วมด้วย เช่น

  • ล้างมือสม่ำเสมอ
  • สวมหน้ากากเมื่ออยู่ในพื้นที่แออัด
  • หลีกเลี่ยงใกล้ชิดผู้ป่วยโรคทางเดินหายใจ
  • งดสูบบุหรี่
  • พักผ่อนให้เพียงพอและออกกำลังกายสม่ำเสมอ

สรุป

วัคซีนป้องกันโรคปอดอักเสบเป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยลดความเสี่ยงและความรุนแรงของโรค โดยเฉพาะในเด็กเล็ก ผู้สูงอายุ และผู้ที่มีโรคประจำตัว การรับวัคซีนตามคำแนะนำของแพทย์ร่วมกับการดูแลสุขภาพอย่างเหมาะสม จะช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันและลดโอกาสการเจ็บป่วยรุนแรงได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งนี้ ควรปรึกษาแพทย์หรือบุคลากรทางการแพทย์ก่อนรับวัคซีน เพื่อประเมินความเหมาะสมเฉพาะบุคคล


วิดีทัศน์นี้บรรยายโดย นพ.เศวตชัย ใจทา

แพทย์เฉพาะทางสาขาเวชศาสตร์ป้องกัน | เวชศาสตร์การเดินทางและการท่องเที่ยว (เลขที่ประกอบวิชาชีพ ว 56386)

ศูนย์บริการสุขภาพ มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง (MFU Wellness Center)

บทความนี้จัดทำขึ้นภายใต้โครงการส่งเสริมสุขภาพกายและใจให้เข้มแข็งอย่างยั่งยืน มุ่งสร้างความรู้ ความตระหนัก และการดูแลสุขภาพแบบองค์รวม เป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรมการเผยแพร่ความรู้และการส่งเสริมสุขภาพทุกช่วงวัย เพื่อสนับสนุนให้ประชาชนทุกกลุ่มอายุเข้าถึงข้อมูลสุขภาพที่ถูกต้อง นำไปสู่การป้องกันโรค ลดความเสี่ยง และมีคุณภาพชีวิตที่ดีอย่างยั่งยืน

  • 63 ครั้ง