เห็ดป่า…คล้ายแต่ไม่ใช่: บทเรียนจากเหตุเสียชีวิตที่เชียงราย
หมวดหมู่ข่าว: โภชนาการ - Wellness Centerเห็ดป่า…คล้ายแต่ไม่ใช่: บทเรียนจากเหตุเสียชีวิตที่เชียงราย
เรียบเรียงบทความโดย...งานโภชนาการ ศูนย์บริการสุขภาพมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง
เห็ดป่าอาจไม่ปลอดภัย: บทเรียนจากเหตุพ่อ–ลูกเสียชีวิต จ.เชียงราย
จากเหตุการณ์พ่อและลูกเสียชีวิตภายหลังรับประทานเห็ดป่าในจังหวัดเชียงราย โดยญาติเข้าใจว่าเป็น “เห็ดแป้ง” หรือ “เห็ดดิน” ซึ่งเป็นเห็ดที่รู้จักกันว่ารับประทานได้ ผู้เป็นพ่อเริ่มมีอาการน้ำลายฟูมปาก อาเจียน และหมดสติในช่วงกลางคืน ก่อนเสียชีวิตที่โรงพยาบาล ต่อมาลูกสาวมีอาการคล้ายกันและเสียชีวิตในเวลาต่อมา เหตุการณ์ดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่า การจำแนกเห็ดป่าด้วยความรู้พื้นบ้านเพียงอย่างเดียว อาจมีความเสี่ยงร้ายแรงถึงชีวิต
เห็ดพิษที่พบในประเทศไทย
ประเทศไทยมีรายงานเห็ดพิษหลายชนิด โดยบางชนิดมีพิษรุนแรงถึงขั้นเสียชีวิต ได้แก่
- กลุ่ม Amanita spp. เช่น เห็ดระโงกหิน หรือเห็ดไข่ตายซาก มีสารพิษกลุ่มอะมาโทซิน (amatoxins) ทำให้ตับวายเฉียบพลัน
- Chlorophyllum spp. เช่น เห็ดหัวกรวดครีบเขียว ทำให้เกิดอาการรุนแรงในระบบทางเดินอาหาร
- Cantharocybe virosa มีสาร coprine ทำให้เกิดอาการคล้ายการแพ้แอลกอฮอล์แบบ disulfiram reaction เช่น หน้าแดง เหงื่อออก หัวใจเต้นผิดจังหวะ
- Russula subnigricans มีรายงานในไทยว่าสามารถทำให้เกิดภาวะกล้ามเนื้อแตก (rhabdomyolysis) ซึ่งอาจนำไปสู่ไตวาย
- เห็ดพิษร้ายแรงอื่น ๆ เช่น Amanita exitialis และ Amanita fuliginea จัดเป็นเห็ดพิษรุนแรงที่มีรายงานการเสียชีวิต
อาการของการได้รับพิษจากเห็ด
อาการขึ้นอยู่กับชนิดของสารพิษ แต่โดยทั่วไปอาจพบ
- ปวดท้อง คลื่นไส้ อาเจียน ท้องเสีย
- อ่อนเพลียมาก เหงื่อออกผิดปกติ
- ภาวะตับวายหรือไตวาย
- กล้ามเนื้อแตก (ปวดกล้ามเนื้อ ปัสสาวะสีเข้ม)
- หมดสติ หรือเสียชีวิตในรายที่รุนแรง
- บางชนิด เช่น เห็ดในกลุ่ม Amanita อาการอาจเริ่มดีขึ้นชั่วคราวก่อนทรุดหนักจากตับวายภายใน 24–72 ชั่วโมง
ความเข้าใจผิดเกี่ยวกับการทดสอบเห็ดพิษ
มีความเชื่อพื้นบ้านหลายวิธี เช่น
- ต้มกับข้าวสาร
- ใช้ช้อนเงินคน
- ใส่หัวหอม
- ทาปูนขาว
- ดูการเปลี่ยนสีเมื่อถูดอกเห็ด
อย่างไรก็ตาม วิธีเหล่านี้ไม่สามารถยืนยันความปลอดภัยได้ 100% และไม่ควรใช้เป็นเกณฑ์ตัดสินเพียงอย่างเดียว แม้ลักษณะภายนอก เช่น ผิวหมวกหรือปลอกหุ้ม จะช่วยแยกบางชนิดได้ แต่เห็ดกินได้และเห็ดพิษหลายชนิดมีรูปร่างคล้ายกันมาก ทำให้เกิดการเข้าใจผิดได้ง่าย
การปรุงสุกไม่สามารถทำลายพิษได้เสมอไป
สารพิษบางชนิด เช่น อะมาโทซิน (amatoxins) ในเห็ดกลุ่ม Amanita มีความทนความร้อนสูง (thermostable) ไม่สลายแม้ผ่านการต้ม ผัด หรือย่าง ดังนั้นการ “ปรุงให้สุก” ไม่ได้หมายความว่าจะปลอดภัยเสมอไป
แนวทางป้องกันที่ปลอดภัยที่สุด
- หลีกเลี่ยงการเก็บเห็ดป่ามารับประทาน หากไม่มีผู้เชี่ยวชาญยืนยันชนิด
- เลือกซื้อเห็ดจากแหล่งจำหน่ายที่ได้มาตรฐาน
- หากรับประทานเห็ดแล้วมีอาการผิดปกติ ควรรีบไปโรงพยาบาลทันที
- นำตัวอย่างเห็ดที่รับประทานไปให้แพทย์ตรวจสอบ เพื่อช่วยในการวินิจฉัย
ข้อสรุป
- เห็ดป่าอาจมีลักษณะคล้ายเห็ดกินได้ แต่บางชนิดมีพิษรุนแรงถึงชีวิต การพึ่งพาความเชื่อหรือวิธีทดสอบพื้นบ้านเพียงอย่างเดียวอาจก่อให้เกิดความสูญเสียอย่างไม่คาดคิด ความปลอดภัยของครอบครัว ควรเริ่มจากการเลือกบริโภคอย่างรอบคอบ และหลีกเลี่ยงความเสี่ยงที่ไม่จำเป็น
สอบถามข้อมูลบริการให้คำปรึกษาด้านโภชนาการ และบริการสอนสาธิตการทำอาหารเพื่อสุขภาพ
โทรศัพท์ : 0-5391-3204
Inbox : Facebook MFU Wellness Center
อ้างอิงข้อมูลจาก:
- Kooprasertying, P., Maneeboon, T., Hongprayoon, R., & Mahakarnchanakul, W. (2016). Exposure assessment of aflatoxins in Thai peanut consumption. Cogent Food & Agriculture, 2(1), 1204683. doi.org/10.1080/23311932.2016.1204683
- ราชบัณฑิตยสภา. (ม.ป.ป.). เห็ดพิษในประเทศไทย. science.royalsociety.go.th
- สถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง (องค์การมหาชน). (ม.ป.ป.). เห็ดกินได้และเห็ดพิษที่พบในพื้นที่สูง. www.hrdi.or.th/articles/Detail/20
- Thai Journal Online (ThaiJO). (ม.ป.ป.). บทความเกี่ยวกับเห็ดพิษในประเทศไทย. www.tci-thaijo.org
- 93 ครั้ง