สถานการณ์โรคมะเร็งกับแนวทางการป้องกันเพื่อลดความเสี่ยงอย่างยั่งยืน
หมวดหมู่ข่าว: การป้องกันโรค - Wellness Centerสถานการณ์โรคมะเร็งกับแนวทางการป้องกันเพื่อลดความเสี่ยงอย่างยั่งยืน
เรียบเรียงบทความโดย...งานการส่งเสริมสุขภาพ ศูนย์บริการสุขภาพมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง
4 กุมภาพันธ์ | วันมะเร็งโลก (World Cancer Day)
"องค์การอนามัยโลก (WHO) ร่วมกับสมาคมต่อต้านมะเร็งสากล (Union for International Cancer Control: UICC) กำหนดให้วันที่ 4 กุมภาพันธ์ของทุกปี เป็น วันมะเร็งโลก เพื่อรณรงค์สร้างความตระหนักรู้เกี่ยวกับโรคมะเร็ง ส่งเสริมการป้องกัน การตรวจคัดกรองตั้งแต่ระยะเริ่มต้น รวมถึงการเข้าถึงการรักษาที่เหมาะสม โรคมะเร็งเป็นหนึ่งในสาเหตุการเสียชีวิตอันดับต้น ๆ ของโลก แต่สามารถลดความเสี่ยงและเพิ่มโอกาสการรักษาให้หายได้ หากได้รับการตรวจพบตั้งแต่ระยะเริ่มต้น การดูแลสุขภาพอย่างสม่ำเสมอ การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเสี่ยง และการเข้าถึงข้อมูลสุขภาพที่ถูกต้อง จึงเป็นกุญแจสำคัญในการลดผลกระทบของโรคมะเร็งต่อบุคคล ครอบครัว และสังคมโดยรวม วันมะเร็งโลกจึงเป็นโอกาสสำคัญในการร่วมกันส่งต่อความรู้ สร้างกำลังใจ และย้ำเตือนว่า ทุกคนมีส่วนร่วมในการป้องกันและต่อสู้กับโรคมะเร็งได้"
สถานการณ์เกิดโรคมะเร็ง
- โรคมะเร็งถือเป็นปัญหาสาธารณสุขที่สำคัญของหลายประเทศทั่วโลก จากข้อมูลขององค์การอนามัยโลก (World Health Organization: WHO) ในปี พ.ศ. 2565 พบผู้ป่วยมะเร็งรายใหม่ทั่วโลกประมาณ 19.9 ล้านคน และมีผู้เสียชีวิตจากโรคมะเร็งประมาณ 9.7 ล้านคน คิดเป็นประมาณหนึ่งในหกของสาเหตุการเสียชีวิตทั้งหมดของประชากรโลก สะท้อนให้เห็นถึงความรุนแรงและผลกระทบของโรคมะเร็งต่อระบบสุขภาพ เศรษฐกิจ และสังคมในภาพรวม
สถานการณ์โรคมะเร็งในประเทศไทย
- สำหรับประเทศไทย โรคมะเร็งเป็นปัญหาสาธารณสุขที่มีความสำคัญอย่างยิ่ง เนื่องจากเป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับหนึ่งของประชากรไทย จากข้อมูลทะเบียนมะเร็งประเทศไทย ปี พ.ศ. 2560 โดยสถาบันมะเร็งแห่งชาติ พบผู้ป่วยมะเร็งรายใหม่จำนวน 139,206 คน แบ่งเป็นเพศชาย 67,061 คน และเพศหญิง 72,145 คน โรคมะเร็งที่พบมากในเพศชาย ได้แก่ มะเร็งตับและท่อน้ำดี มะเร็งปอด มะเร็งลำไส้ใหญ่และไส้ตรง มะเร็งต่อมลูกหมาก และมะเร็งต่อมน้ำเหลือง ส่วนมะเร็งที่พบมากในเพศหญิง ได้แก่ มะเร็งเต้านม มะเร็งลำไส้ใหญ่และไส้ตรง มะเร็งตับและท่อน้ำดี มะเร็งปอด และมะเร็งปากมดลูกเป็นลำดับต้น ๆ
อัตราการเสียชีวิตจากโรคมะเร็ง
- ข้อมูลจากกองยุทธศาสตร์และแผนงาน กระทรวงสาธารณสุข รายงานว่าในปี พ.ศ. 2565 ประเทศไทยมีผู้เสียชีวิตจากโรคมะเร็งจำนวน 83,334 คน เป็นเพศชาย 47,153 คน และเพศหญิง 36,181 คน โรคมะเร็งที่เป็นสาเหตุการเสียชีวิตสูงสุดในเพศชาย ได้แก่ มะเร็งตับและท่อน้ำดี มะเร็งปอด มะเร็งลำไส้ใหญ่และไส้ตรง มะเร็งช่องปากและคอหอย และมะเร็งต่อมลูกหมาก ขณะที่ในเพศหญิง ได้แก่ มะเร็งปอด มะเร็งเต้านม มะเร็งตับและท่อน้ำดี มะเร็งลำไส้ใหญ่และไส้ตรง และมะเร็งปากมดลูก
สาเหตุและปัจจัยเสี่ยงของการเกิดโรคมะเร็ง
- โรคมะเร็งเกิดจากการเปลี่ยนแปลงของเซลล์ในร่างกายจนเกิดการเจริญเติบโตอย่างผิดปกติ สามารถลุกลามและแพร่กระจายไปยังอวัยวะอื่นได้ สาเหตุของโรคมะเร็งมีความหลากหลาย ทั้งจากปัจจัยภายนอกร่างกาย เช่น การสัมผัสสารเคมี การติดเชื้อเรื้อรัง รังสี พฤติกรรมการดำเนินชีวิต และปัจจัยภายในร่างกาย เช่น ความผิดปกติทางพันธุกรรม ความไม่สมดุลของฮอร์โมน และภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่อง
ตัวอย่างปัจจัยเสี่ยงที่สำคัญ
- ปัจจัยเสี่ยงของโรคมะเร็งมีทั้งที่สามารถหลีกเลี่ยงได้และไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ ตัวอย่างปัจจัยเสี่ยงที่สำคัญ ได้แก่ การรับประทานปลาน้ำจืดดิบหรือสุก ๆ ดิบ ๆ ซึ่งอาจปนเปื้อนพยาธิใบไม้ตับ ส่งผลให้เพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิด มะเร็งท่อน้ำดี โดยเฉพาะในพื้นที่ที่มีพฤติกรรมการบริโภคอาหารดิบเป็นประจำ นอกจากนี้ การสูบบุหรี่ ยังเป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญที่สัมพันธ์กับการเกิดมะเร็งหลายชนิด โดยเฉพาะ มะเร็งปอด รวมถึงมะเร็งช่องปาก กล่องเสียง และหลอดอาหาร ขณะเดียวกัน ปัจจัยทางพันธุกรรม ก็มีบทบาทสำคัญ เช่น การกลายพันธุ์ของยีน BRCA1 และ BRCA2 ซึ่งสัมพันธ์กับการเพิ่มความเสี่ยงของการเกิด มะเร็งเต้านม และมะเร็งรังไข่ การตระหนักรู้ถึงปัจจัยเสี่ยงเหล่านี้ และการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพอย่างเหมาะสม จะช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดโรคมะเร็งและส่งเสริมคุณภาพชีวิตที่ดีในระยะยาว
การป้องกันโรคมะเร็ง
การป้องกันโรคมะเร็งสามารถดำเนินการได้โดยการลดหรือหลีกเลี่ยงปัจจัยเสี่ยงที่ก่อให้เกิดโรค ซึ่งจะช่วยลดโอกาสการเกิดมะเร็ง ลดจำนวนผู้ป่วยรายใหม่ และอาจช่วยลดอัตราการเสียชีวิตจากโรคมะเร็งได้ในระยะยาว องค์การอนามัยโลกจึงแนะนำให้ทุกประเทศให้ความสำคัญกับการป้องกันโรคมะเร็งระดับปฐมภูมิ (Primary Prevention) โดยกำหนดมาตรการที่มีความชัดเจน สามารถปฏิบัติได้จริง และสามารถประเมินผลได้ สำหรับประเทศไทย มาตรการป้องกันโรคมะเร็งที่สำคัญ ได้แก่ การป้องกันและควบคุมมะเร็งช่องปาก มะเร็งตับและท่อน้ำดี มะเร็งปอด มะเร็งเต้านม มะเร็งปากมดลูก และมะเร็งลำไส้ใหญ่และไส้ตรง
แนวทางสำคัญในการลดความเสี่ยงของโรคมะเร็ง
การลดความเสี่ยงของโรคมะเร็งสามารถเริ่มต้นได้จากการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพในชีวิตประจำวัน แนวทางสำคัญ ได้แก่ การหลีกเลี่ยงการใช้ผลิตภัณฑ์ยาสูบ และจำกัดหรือหลีกเลี่ยงการบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เนื่องจากเป็นปัจจัยเสี่ยงที่สำคัญของโรคมะเร็งหลายชนิด ควรเลือกบริโภคอาหารที่สะอาดและปลอดภัย โดยหลีกเลี่ยงการรับประทานปลาน้ำจืดดิบหรือสุก ๆ ดิบ ๆ ลดการบริโภคเนื้อแดงและเนื้อสัตว์แปรรูป รวมถึงเพิ่มการรับประทานผักและผลไม้ให้เพียงพอในแต่ละวัน
นอกจากนี้ การป้องกันและควบคุมการติดเชื้อไวรัสที่เกี่ยวข้องกับการเกิดมะเร็ง เช่น ไวรัสตับอักเสบบี และ เชื้อเอชพีวี (HPV) ด้วยการรับวัคซีนและตรวจสุขภาพอย่างสม่ำเสมอ จะช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดมะเร็งได้อย่างมีประสิทธิภาพ การลดการสัมผัสสารเคมีอันตรายจากการประกอบอาชีพ ตลอดจนการหลีกเลี่ยงมลพิษ ฝุ่นควัน และควันบุหรี่ในสิ่งแวดล้อม ก็เป็นอีกหนึ่งแนวทางสำคัญ ควบคู่กับการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ เพื่อเสริมสร้างสุขภาพร่างกายและลดปัจจัยเสี่ยงของโรค
สุดท้าย การเข้ารับการตรวจคัดกรองโรคมะเร็งตามคำแนะนำทางการแพทย์ และความเหมาะสมของแต่ละช่วงวัย จะช่วยให้สามารถตรวจพบโรคได้ตั้งแต่ระยะเริ่มต้น เพิ่มโอกาสในการรักษาและลดอัตราการเสียชีวิตจากโรคมะเร็งได้อย่างมีนัยสำคัญ ทั้งนี้ การดำเนินมาตรการดังกล่าวอย่างเป็นระบบและต่อเนื่องจะช่วยลดภาระโรคมะเร็งของประเทศได้อย่างมีประสิทธิภาพในระยะยาว
.
สอบถามข้อมูลโปรแกรมตรวจคัดกรองมะเร็ง สำหรับหญิงและชาย
โทรศัพท์ : 0-5391-3204
Inbox : Facebook MFU Wellness Center
เอกสารอ้างอิง
สถาบันมะเร็งแห่งชาติ. (2567). แผนการป้องกันและควบคุมโรคมะเร็งแห่งชาติ (พ.ศ. 2567–2575). กระทรวงสาธารณสุข.
สืบค้นจาก https://www.nci.go.th/th/New_web2024/officer/download/nccp/NCCP_67_75.pdf
- 274 ครั้ง