การโหมกินทันที

หมวดหมู่ข่าว: โภชนาการ - Wellness Center

การโหมกินทันที (Refeeding Syndrome)

เรียบเรียงบทความโดย...งานผู้ป่วยนอก ศูนย์บริการสุขภาพ มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง


"เตือนภัยเงียบหลังน้ำลด (Refeeding Syndrome) อันตรายจากการ "กินหนัก" ทันทีหลังอดอาหาร ในขณะที่สถานการณ์น้ำท่วมในหาดใหญ่และภาคใต้เริ่มมีปฏิบัติการช่วยเหลือ ผู้ประสบภัยจำนวนมากอาจตกอยู่ในภาวะขาดอาหาร (Starvation) มานานกว่า 3-5 วัน ความดีใจเมื่อได้รับถุงยังชีพอาจทำให้หลายคนรีบรับประทานอาหารปริมาณมากทันที แต่ในทางวิทยาศาสตร์การแพทย์ "การโหมกินทันที" (Re-feeding) อาจกระตุ้นให้ระบบเกลือแร่และหัวใจล้มเหลวเฉียบพลันได้ ภาวะนี้เรียกว่า Refeeding Syndrome (RFS)"

 

Refeeding Syndrome คืออะไร? ทำไมถึงอันตราย?

เมื่อร่างกายอดอาหารเป็นเวลานาน ร่างกายจะเปลี่ยนระบบเผาผลาญจากการใช้ "น้ำตาล" (Carbohydrate) ไปเป็นการสลาย "ไขมันและโปรตีน" มาใช้เป็นพลังงานแทน ในช่วงนี้ ระดับอินซูลินในเลือดจะลดต่ำลง และเกลือแร่สำคัญในร่างกายจะค่อยๆ ลดลง แต่เมื่อเรา "กลับมากินอาหารจำพวกแป้งหรือน้ำตาลปริมาณมากทันที" (เช่น ข้าวกล่องพูนๆ, ขนมปังหลายชิ้น)

  1. อินซูลินพุ่งสูง (Insulin Surge) ร่างกายจะหลั่งอินซูลินออกมาอย่างรวดเร็วเพื่อจัดการกับน้ำตาล
  2. การเคลื่อนย้ายเกลือแร่ (Electrolyte Shift) อินซูลินจะกระตุ้นให้เซลล์ดูดเอาน้ำตาล เข้าไปพร้อมกับเกลือแร่สำคัญ 3 ตัว คือ ฟอสเฟต, โพแทสเซียม, และแมกนีเซียม เข้าสู่เซลล์อย่างรวดเร็ว
  3. ภาวะวิกฤต: ทำให้ระดับเกลือแร่ในกระแสเลือด "ต่ำลงอย่างฉับพลัน" ส่งผลให้กล้ามเนื้อหัวใจทำงานผิดปกติ นำไปสู่ภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะ (Arrhythmia), หัวใจล้มเหลว (Heart failure) และเสียชีวิตได้ (Mehanna et al., 2008)

สัญญาณเตือนที่ต้องระวัง (หลังเริ่มกินอาหาร)

หากผู้ประสบภัยเริ่มทานอาหารแล้วมีอาการเหล่านี้ ต้องรีบแจ้งหน่วยแพทย์ทันที!

  1. เหนื่อยหอบ หายใจลำบาก (Respiratory distress) ใจสั่น หัวใจเต้นผิดจังหวะ
  2. อ่อนเพลียมาก กล้ามเนื้ออ่อนแรง
  3. มีอาการบวมน้ำ (Edema) ตามแขนขา 
  4. สับสน หรือ ชัก (Seizures) (Stanga et al., 2008)

แนวทางปฏิบัติ: "Start Low, Go Slow" (สำหรับผู้ประสบภัยและทีมกู้ภัยหาดใหญ่)

เพื่อป้องกัน RFS ในผู้ที่อดอาหารมานานเกิน 3-5 วัน หรือผู้สูงอายุ/ผู้ป่วยติดเตียงที่ขาดอาหาร ควรปฏิบัติดังนี้

  1. เริ่มแต่น้อย (Start Low): อย่าเพิ่งให้ทานข้าวกล่องปริมาณปกติจนหมดกล่องในมื้อแรก ให้เริ่มจาก "ครึ่งหนึ่ง" หรือ "หนึ่งในสี่" ของมื้อปกติก่อน แล้วค่อยๆ เพิ่มปริมาณขึ้นช้าๆ ในระยะเวลา 3-4 วัน (NICE, 2006)
  2. วิตามินบี 1 คือฮีโร่ (Thiamine is Key): ก่อนเริ่มให้อาหาร (โดยเฉพาะอาหารจำพวกแป้ง) หากเป็นไปได้ควรได้รับ วิตามิน B1 (Thiamine) อย่างน้อย 200-300 mg เนื่องจากวิตามิน B1 เป็นโคเอนไซม์สำคัญในการเผาผลาญคาร์โบไฮเดรต หากขาด B1 จะเสี่ยงต่อภาวะสมองเสียหาย (Wernicke’s Encephalopathy) (Friedli et al., 2018) คำแนะนำทีมแพทย์ภาคสนาม: ควรแจกวิตามิน B1 ควบคู่กับอาหารในเคสกลุ่มเสี่ยงสูง
  3. หลีกเลี่ยง "แป้ง/น้ำตาล" ล้วนๆ ในมื้อแรก: พยายามหลีกเลี่ยงการดื่มน้ำหวานจัด หรือขนมปังปริมาณมากทันที ควรเลือกอาหารที่มีโปรตีนและไขมันผสมด้วย หรือใช้นมทางการแพทย์ (Medical Food) จิบทีละนิด จะปลอดภัยกว่า
  4. เฝ้าระวังอาการ: ในช่วง 72 ชั่วโมงแรกหลังได้รับอาหาร คือช่วงอันตรายที่สุด ต้องสังเกตอาการอย่างใกล้ชิด

สรุปสำหรับสถานการณ์หาดใหญ่ ความหิวเป็นเรื่องทรมาน แต่ความปลอดภัยต้องมาก่อนครับ สำหรับผู้ที่ติดอยู่ในบ้านหลายวัน เมื่อได้รับถุงยังชีพ "ขอให้ใจเย็นๆ ค่อยๆ จิบน้ำ ค่อยๆ ทานทีละนิด เคี้ยวให้ละเอียด และอย่าเพิ่งอิ่มจนแน่นท้องในมื้อแรก" เพื่อให้ร่างกายปรับตัวครับ ขอเป็นกำลังใจให้ชาวหาดใหญ่และพี่น้องภาคใต้ผ่านพ้นวิกฤตนี้ไปได้อย่างปลอดภัย

 

ศูนย์บริการสุขภาพ มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง (MFU Wellness Center) ให้บริการให้คำปรึกษาด้านโภชนาการ และสอนสาธิตการทำอาหารเพื่อสุขภาพ

ให้บริการแล้ววันนี้ที่ แผนกบริการสุขภาพ | งานโภชนาการ ชั้น 1 | วันจันทร์-วันศุกร์ 08.00 - 16.00 น. (หยุดทุกวันเสาร์-อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์)

สอบถามข้อมูลหรือนัดหมายเข้ารับบริการ โทรศัพท์ 0-5391-3204, 3211

Inbox: Facebook MFU Wellness Center

 


อ้างอิง : 

  1. Friedli, N., Stanga, Z., Sobotka, L., Culkin, A., Kondrup, J., Laviano, A., ... & Schuetz, P. (2018). Revisiting the refeeding syndrome: Results of a systematic review. Nutrition, 47, 36-42.
  2. Mehanna, H. M., Moledina, J., & Travis, J. (2008). Refeeding syndrome: what it is, and how to prevent and treat it. BMJ, 336(7659), 1495-1498.  
  3. National Institute for Health and Care Excellence (NICE). (2006). Nutrition support for adults: oral nutrition support, enteral tube feeding and parenteral nutrition (Clinical guideline [CG32]). London: NICE.
  4. Stanga, Z., Brunner, A., Leuenberger, M., Grimble, R. F., Shenkin, A., Allison, S. P., & Lobo, D. N. (2008). Nutrition in clinical practice—the refeeding syndrome: illustrative cases and guidelines for prevention and treatment. European Journal of Clinical Nutrition, 62(6), 687-694.
  • 255 ครั้ง